Loading...

Popular Posts

Thursday, April 4, 2013

การเปิดร้านขายคัพเค้ก


การเปิดร้านขายคัพเค้ก
 
สำหรับคนที่ชอบขนมหวาน ในช่วงนี้หลายคนคงจะไม่มีใครปฏิเสธความฮอตฮิตติดลมบนของ “คัพเค้ก” เพราะทั้งรสชาติ และรูปร่างหน้าตาที่ชวนเรียกน้ำย่อยและดึงดูดผู้คนให้ต้องเข้ามาแวะเวียนชื่นชม และซื้อรับประทานกันทั้งๆ ที่กลัวเรื่องน้ำหนัก

และสำหรับแฟนพันธุ์แท้คัพเค้กระดับพรีเมียม ไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ Cupcakes By Jelly Jan ของทายาทไฮโซ “แจน-นวณัฐ ศรียุกต์สิริ” ซึ่งลงทุนบินไปเรียนด้านทำอาหารมาจาก Le Cordon Bleu ประเทศอังกฤษ และเมื่อกลับมาเมืองไทยก็เดินตามความฝันทำขนมคัพเค้ก อย่างที่ตัวเองชื่นชอบ แรกทำขายเฉพาะกลุ่มเพื่อน และคนรู้จักทางอินเทอร์เน็ต facebook ซึ่งผลตอบรับออกมาค่อนข้างดี ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดหน้าร้านที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 ชื่อว่า ร้าน Made By Jelly Jan
 
แจนเล่าว่า จุดเริ่มต้นของ Cupcakes By Jelly Jan เกิดมาจากตัวเองชื่นชอบในการทำขนม แต่ขนมที่รักและหลายคนชื่นชอบมากที่สุดคือ คัพเค้ก จนได้ฉายาว่าเป็น Cupcake Girl ศึกษาด้านอาหารจากสถาบัน Le Cordon Bleu กรุงลอนดอน เมื่อเรียนจบจึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้าน Made by Jelly Jan เป็นร้านเบเกอรีสไตล์โฮมเมด ซึ่งจุดขายของร้านแน่นอนอยู่ที่คัพเค้ก

นวณัฐ ศรียุกติ์สิริ (แจน)เจ้าของร้าน
“สำหรับคัพเค้กของแจนไม่ได้เน้นเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญในเรื่องของรสชาติ ซึ่งเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีในทุกขั้นตอนการผลิต ดังนั้น รสชาติที่ออกมารวมถึงตัวเนื้อเค้กจะเหมือนกับคัพเค้กต้นตำรับในต่างประเทศ ในขณะที่รสชาติจะมีการปรับให้ตรงกับความชอบของลูกค้าคนไทย ซึ่งปัจจุบันไม่ชอบหวานมากนัก แต่จะเน้นรสเข้มของนมและเนย และที่สำคัญคือเน้นความหลากหลายของรสชาติ จะเห็นว่าคัพเค้กของแจนจะมีหลายรส ถ้ามีเวลาก็จะคิดรสชาติใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกไม่รับประทานรสชาติที่ซ้ำแบบเดิม ซึ่งที่ผ่านมามีรสชาติให้ลูกค้าเลือกมากกว่า 40 สูตรเลยทีเดียว”
 
ในส่วนของรูปร่างหน้าตา ซึ่งโดยส่วนตัวคุณแจนชอบการแต่งหน้าคัพเค้กในแบบที่เรียบง่าย เรียกว่าเป็นสไตล์ของ Cupcakes By Jelly Jan ไปแล้ว ดังนั้น อุปกรณ์เสริมที่นำมาแต่งหน้าเค้กจึงมีไม่มาก คุณแจนบอกเราว่า เธอพยายามทำหน้าเค้กให้เข้ากับเนื้อเค้ก เมื่อกินเข้าไปแล้วให้ความรู้สึกว่ามันไปด้วยกันได้ และสามารถกินได้ทุกส่วน และด้วยความที่คุณแจนชอบการตกแต่งแบบเรียบง่าย ทำให้บางครั้ง การที่ลูกค้าจะมาสั่งทำตามแบบทางร้านจะต้องขอดูแบบก่อน ถ้าแบบยากไปก็จะไม่รับ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อตามแบบที่ทางร้านนำเสนอ แต่จะหันไปให้ความสำคัญในการเลือกรสชาติมากกว่า
 
อย่างไรก็ตาม คุณแจนบอกว่าไม่ได้ทิ้งเรื่องของรูปแบบเสียทีเดียว เมื่อมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศก็จะไปศึกษารูปแบบ และรสชาติมาพร้อมๆ กัน ก่อนจะนำมาลองปรับ และลองทำแบบใหม่ออกมาจำหน่าย โดยเฉพาะ ในช่วงเทศกาลวันสำคัญจะมีรูปแบบที่สอดรับกับเทศกาลออกมาจำหน่ายด้วย เช่น วาเลนไทน์ ฮัลโลวีน ฯลฯ
ในส่วนของยอดขายตอนนี้รายได้หลักมาจากการเปิดหน้าร้านที่ศูนย์การค้า การขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต และการออกงานแสดงสินค้า ซึ่งไม่บ่อยนัก ส่วนการขายผ่านอินเทอร์เน็ตเหมือนกับเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์แนะนำร้านมากกว่า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะกลับมาซื้อหรือดูสินค้าที่หน้าร้านมากกว่า ส่วนรายได้จะต้องมีรายได้ต่อวันประมาณ 15,000-20,000 บาท ถึงจะอยู่ได้ ที่ผ่านมาสามารถทำได้ตามเป้า คาดว่าน่าจะคืนทุนได้ประมาณ 3 ปี การลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่การลงทุนเปิดหน้าร้านที่สยามพารากอน ใช้งบอยู่ในหลักล้านบาท
กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเด็ก เพราะรูปร่างหน้าตา และสีสันที่สดใสเด็กๆ ชอบ พอได้ซื้อกินทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ก็จะชื่นชอบ ทำให้ปัจจุบันจะมีลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มดารานักแสดงชื่นชอบ และมาเป็นลูกค้าประจำ เพราะนอกจากการขายผ่านหน้าร้าน ยังรับสั่งทำสำหรับงานเลี้ยงต่างๆ ด้วย โดยลูกค้าจะต้องสั่งไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ลูกค้าในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากการบอกกันแบบปากต่อปาก
แจนเล่าถึงแผนในอนาคตว่า มีโครงการทำส่งขายให้ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อยู่ในระหว่างการเจรจาหาข้อสรุป และคิดชื่อแบรนด์อยู่ ซึ่งตรงนี้น่าจะทำให้สามารถขายขนมได้ปริมาณที่มากขึ้น ส่วนอายุการเก็บรักษา ถ้าอยู่ในตู้เย็นจะเก็บได้นาน 4-5 วัน แต่ถ้าอยู่ภายนอกอยู่ได้ 2 วัน ราคาขายคัพเค้กหน้าร้านอยู่ที่ถ้วยละ 80-90 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ความยากง่ายในการตกแต่ง
โทร. 08-6787-5555
ที่มา ผู้จัดการ http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9550000112866

No comments:

Post a Comment