Loading...

Popular Posts

Tuesday, April 2, 2013

การเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ


การเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ
 
         ปัจจุบันธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากร้อยละ ๑๐ ของคนไทยอายุยืนขึ้น แต่มีพฤติกรรมด้านสุขภาพแย่ลง ขาดการออกกำลังกาย กินอาหารเกินความจำเป็น สิ่งแวดล้อมก็แย่ลง มลพิษก็มากขึ้น ซึ่งจัดเป็นพฤติกรรมที่บั่นทอนสุขภาพมาก จุดนี้ทำให้คนไทยที่มีอายุมากขึ้นเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ กลายเป็นผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอ อนาคตคนไทยจะเผชิญกับปัญหาการดูแลผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุที่มีสุขภาพไม่ดีต้องพึ่งพาลูกหลานมากขึ้น ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุก็ใช้เงินไม่น้อย หากลูกหลานคิดจะใช้บริการสถานพักฟื้นคนชรา ก็ต้องเลือกให้ดี เนื่องจากสถานพักฟื้นคนชราเหล่านี้จะมีทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ ธุรกิจสุขภาพแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ธุรกิจสุขภาพแบบแพทย์แผนอนาคต และธุรกิจสุขภาพแบบสถานที่พักฟื้นคนชรา

ลักษณะธุรกิจสุขภาพ แบบแพทย์แผนอนาคต คือ
๑. ระบบการตรวจเช็กสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์ว่าอนาคตปัญหาใดมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น และจัดการแก้ไขก่อนที่ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้น
๒. ส่งเสริมสุขภาพ จัดให้มีสถานที่คลายเครียด เพื่อการผ่อนคลาย เช่น โรงยิมออกกำลัง สปา อบไอน้ำ เตียงนวดไฟฟ้า เครื่องทำสมาธิ แพทย์แผนจีน และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพต่างๆ
สิ่งสำคัญของธุรกิจสุขภาพ แบบสถานที่พักฟื้นคนชรา คือ
 
๑. ประตูเข้าออก ต้องสร้างให้กว้างพอสำหรับรถเข็นที่จะเข้าออก ต้องเป็นประตูที่เปิดเข้าไม่ใช่เปิดออก เพื่อความสะดวกกับการเข้าออกของผู้สูงอายุที่เดินลำบาก ต้องมีทางลาดเพื่อให้รถเข็นสามารถขึ้นไปได้ และพยายามให้มีลักษณะเป็นชั้นเดียวไม่ต้องขึ้นบันได
๒. ระบบสื่อสาร ควรจัดให้มีการดูแลสุขภาพและรักษาดูแลสุขภาพตลอด ๒๔ ชั่วโมง
๓. สถานที่สังสรรค์ระหว่างผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในการพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิด ลดความเหงาและความเครียด แต่ต้องมีระบบรักษาพยาบาลตลอด ๒๔ ชั่วโมงด้วย
ดังที่กล่าวมา ธุรกิจสุขภาพน่าจะสร้างรายได้พอสมควร เนื่องจากค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำของประเทศไทย จึงทำให้ผู้สูงอายุของบางประเทศยังอยากที่จะมาพักอยู่ในบ้านเรา ทั้งนี้ ธุรกิจสุขภาพต้องไม่ได้มีคุณสมบัติเพียง ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น หากแต่ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมร่วมอยู่ด้วย ถ้าขาด ๒ สิ่งนี้ไปจะทำให้ธุรกิจสุขภาพกลายเป็นการหลอกลวง
ปัญหาสุขภาพพื้นฐานของผู้สูงอายุที่พบได้บ่อยๆ  คือ

๑. ปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและไขข้อ เป็นประเภทลุกก็ โอย นั่งก็โอย ไขข้อบ่นได้ (บ่นกรอบแกรบ) เกิดจากหัวเข่าเลื่อน ปวดหลัง หรือกระดูกพรุน
๒. ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เกิดจากการกินเกินความต้องการ เพราะประเทศไทยเป็นเมืองที่หาของกินได้ง่าย หาได้ทุกสถานที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ขนาดกลางถนนยังสามารถหาของกินได้  แต่พอกินมาก ไขมันในเลือดก็จะสูงขึ้น ส่งผลให้มีปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อนาคตแพทย์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคหัวใจจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น
๓. ปัญหาเกี่ยวกับไต เกิดจากกินยากันมากเกินไป  ขาดความรู้ที่ถูกต้องในการใช้ยาโดยเฉพาะสมุนไพรที่หลายคนเชื่อว่าไม่มีพิษ แต่ที่จริงแล้วมีสมุนไพรหลายตัวที่เป็นอันตรายต่อตับและไต ทำให้ปัจจุบันนี้สถานที่ฟอกเลือดล้างไตมีอยู่เต็มไปหมด คนเข้าคิวรอฟอกไตกันมากขึ้น
๔. สมองเสื่อม คนไทยเรามักจะอ่านหนังสือวันละไม่ถึง ๒ บรรทัด ใช้สมองน้อย พอแก่ตัวลงสมองก็จะเสื่อมได้ง่าย คล้ายกับคนที่ไม่ออกกำลังกายกล้ามเนื้อก็อ่อนแรง
๕. ฟันหลุด เป็นความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าการฟันหลุดของคนแก่เป็นเรื่องปกติ ที่หลุดเพราะปัจจุบันคนไทยเป็นโรคเหงือกมากขึ้น พอเหงือกอักเสบ  ฟันก็หลุดเลยไปก่อนวัยอันสมควร
บทความจาก http://www.doctor.or.th/article/detail/1524

No comments:

Post a Comment